5 ปลั๊กอินจัดหน้า WordPress หรือ Page Builder ตัวไหนน่าใช้กว่า!

ยังใช้ Classic Editor อยู่หรือเปล่า?

ก่อนอื่นก็ต้องเกริ่นก่อนว่า WordPress เดินทางมาไกลมากๆ ผ่านช่วงการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีบนเว็บไซต์มามากมาย การมาของ ปลั๊กอินจัดหน้า WordPress หรือ Page Builder ทำให้เราจัดหน้า Layout ได้สนุกมากขึ้น จนลืมไปเลยว่า เคยมี Classic Editor

Page Builder ทำให้เราสามารถจัดหน้าโดยไม่ต้องเขียน Code คนที่ไม่ได้เรียนด้านไอที ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้งานไม่เป็น เพราะพื้นฐานของปลั๊กอิน Page Builder ทุกตัว มันออกแบบให้เราสามารถ Drag & Drop ลากๆ วางๆ ได้สบายๆ

บทความก่อนหน้านี้ ผมแนะนำ 11 Plugin WordPress ไปแล้ว แต่ในบทความนี้ เรามาเจาะลึกเฉพาะ 5 ปลั๊กอินจัดหน้า หรือ Page Builder ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

Page Builder คืออะไร?

Page Builder คือ ปลั๊กอินจัดหน้า WordPress ตัวที่จะมาช่วยเราในการสร้างหน้า จัดวาง Layout สวยๆ ให้เป็นเรื่องง่าย มีทั้งแบบที่มาพร้อมกับธีมที่เราซื้อ เช่น DiVi และปลั๊กอินแยก ซึ่ง Page Builder แต่ละตัว อาจจะมีความแตกต่างในเรื่องฟีเจอร์การใช้งาน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ Drag & Drop

ทำให้เราสามารถสร้างหน้าเว็บสวยๆ โดยไม่ต้องลง Code แม่แต่นิดเดียว ช่วงแรกอาจจะต้องทำความเข้าใจมันก่อน เพราะบางตัวนะ เมนูเยอะมาก แต่พอจับทางได้แล้ว ทุกอย่างง่ายไปหมด บางตัวถึงกับมี Template พร้อมใช้งาน เป็นต้นแบบให้เราหยิบใช้ได้เลย

WordPress เองก็เริ่มพัฒนา Page Builder ของตัวเองมาสักพัก ชื่อว่า Block Editor (สอนใช้งาน Block Editor) โดยพัฒนาบนพื้นฐานของปลั๊กอิน Gutenberg เป็นตัวที่จะมาแทนที่ Classic Editor ตัวเก่า ฟีเจอร์ต่างๆ ก็คล้าย Page Builder ทั่วไป โดยเรียกส่วนต่างๆ ว่า “Block

แต่เจ้า Block Editor หรือ Gutenberg ยังใหม่อยู่ ปัญหายังมีให้เห็นบ่อยๆ แต่ในระยะยาวแล้ว ผมว่าตัวนี้น่าใช้แน่นอน จากที่เคยใช้มา มันใช้ง่ายมาก ผมชอบใช้สำหรับเขียนบทความ สนุกดี

Page Builder ส่วนใหญ่มีอะไรกันบ้าง?

  • Drag & Drop : ลากๆ วางๆ
  • Live Editor : ปรับแต่งปุป เห็นการเปลี่ยนแปลงทันที
  • Template : มีดีไซน์ต้นแบบให้เราเลือกใช้
  • Blocks : หรือจะเรียกว่า Module หรือ Widget ก็ไม่ผิด
  • Page Builder ส่วนใหญ่เกิดมาเพื่อให้ทำเว็บสวยๆ ได้ง่ายๆ

1. Elementor Page Builder

จัดหน้า WordPress ด้วย Elementor
Elementor

Elementor เป็นปลั๊กอิน Page Builder ที่มาแรงแซงทุกโค้ง ทั้งที่เปิดตัวไม่กี่ปี แต่ด้วยความที่มันออกแบบมาให้ใช้งานง่าย Drag & Drop ผ่านระบบ Live Editor (คือแก้ปุป มันจะแสดงผลให้เห็นทันที) สามารถปรับแต่งได้ละเอียดมาก และยังมีตัวอย่าง Template ให้เราเลือกใช้งานได้เลย

ด้วยความที่มี Widget ให้เราเลือกใช้เยอะ ทำให้สามารถจัดวาง Layout ได้อย่างอิสระ แบบที่ไม่ต้องแตะโค้ดแม้แต่นิดเดียว ไม่แปลกที่ Elementor จะได้รับความนิยมเร็วมาก

ถ้าเราอยากจะปรับแต่งส่วน Header, Footer ของเว็บไซต์ (เผื่อธีมที่ใช้ปรับไม่ได้) ก็สามารถลงปลั๊กอินชื่อ “Elementor – Header, Footer & Blocks Template

ลิงค์ปลั๊กอิน

2. Page Builder by SiteOrigin

Page Builder by SiteOrigin
Page Builder by SiteOrigin

SiteOrigin เป็น Page Builder ที่ใช้หลักการ Drag & Drop เหมือนกับตัวอื่นๆ อาจจะไม่ได้ละเอียดเหมือน Elementor แต่สามารถปรับแต่งเรื่องพื้นฐานได้ครบเหมือนกัน มี Live Editing เหมือนกัน อาจจะต่างกันในเรื่องลูกเล่นมากกว่า

ส่วนตัวผมชอบสไตล์ของ SiteOrigin นะ มีการจัดวางเป็น Row จัด Column ได้ง่าย สามารถปรับจำนวนคอลัมน์ และแบ่งได้อิสระ

ผมใช้ SiteOrigin บ่อยกว่าตัวอื่นทุกตัว เพราะมันเข้าได้กับทุกธีม ไม่มีปัญหาเลย และที่สำคัญ มันเบากว่า ทำให้เว็บไซต์ไม่โหลดช้า ถ้าต้องการปรับแก้แบบละเอียดก็เขียน CSS เอาก็ได้ สำหรับมือใหม่ผมว่าก็ยังน่าใช้ครับตัวนี้ มันออกแนว Classic ดี

ลิงค์ปลั๊กอิน

3. Beaver Builder

Beaver Builder
Beaver Builder

Beaver เป็น Page Builder ที่ค่อนข้างฉีกแนวจาก 2 ตัวแรก เพราะมันมีฟังก์ชันให้เราสามารถสร้าง Template กลางเอาไว้ใช้กับหลายๆ หน้าโดยใช้โครง Layout เดียวกัน ทำให้ประหยัดเวลาในการทำเว็บไซต์ ซึ่งเหล่าคนที่รับทำเว็บด้วย WordPress น่าจะชอบฟังก์ชันนี้แน่ๆ

เข้ากับพวก Custom Post Types ได้อย่างดี ทำให้เราสามารถปรับแต่งผ่าน Beaver ช่วยลดการแก้ไข Theme ได้เยอะพอสมควร

ลิงค์ปลั๊กอิน

4. Visual Composer Website Builder

Visual Composer
Visual Composer

Visual Composer เป็น Page Builder ตัวใหม่ ที่แยกตัวจาก WPBakery Page Builder แต่เจ้าของเดียวกัน ตัวนี้มันออกแบบให้ออกแนว Drag & Drop มากขึ้น สามารถแกไขแบบ Live Editor ได้เลย เหมาะสำหรับมือใหม่มากๆ

WPBakery ตัวเก่า ส่วนใหญ่จะแถมมากับ Theme Premuim ที่ซื้อมาจาก Themeforest และมีตัวที่ขายแยก แต่ไม่มีแบบฟรี และลูกเล่น วิธีการใช้งานก็จะค่อนข้างต่างกัน

Visual Composer ทำให้เราสามารถสร้างเว็บไซต์ Responsive ได้ไม่ยาก

ลิงค์ปลั๊อิน

5. Brizy

Brizy – Page Builder
Brizy – Page Builder

Brizy เป็น Page Builder ที่ช่วยให้เราสร้างหน้าเพจได้ไว และง่ายขึ้นในแบบฉบับ Brizy มีจุดเด่นเรื่อง Drag & Drop หรือ ลากๆ วางๆ ดูง่ายดี มี Blocks หรือ Widget พร้อมใช้งานให้เราจิ้มใช้ได้เลยอย่างสวย รวมถึงมีพวก icon ต่างๆ กว่า 4,000 แบบ

และยังมีฟังก์ชันอื่นๆ ที่ผมยังไม่ได้พูดถึง เอาเป็นว่า ถ้าต้องการทำเว็บแบบ ไวๆ สวยๆ ไม่ซับซ้อน ตัวนี้ผมว่าตอบโจทย์

แต่ Brizy ความนิยมยังไม่เท่า 4 ตัวก่อนหน้า ต้องลองดูด้วยตัวเองแล้วละครับ ว่าตัวไหนที่รู้สึกว่า ชอบ และตอบโจทย์กับการใช้งาน

ลิงค์ปลั๊กอิน

แถม Block Editor

Block Editor เป็นหนึ่งใน Editor ของ WordPress หรือที่เรารู้จักในนาม Gutenberg ที่มาแทนที่ Classic Editor ตัวเก่า แต่ด้วยรูปแบบการใช้งานของ Block Editor ที่เปลี่ยนไปจาก Classic Editor ตัวเก่ามาก ที่มองการจัดเนื้อหาเป็น บล็อคๆ (Block) ทำให้ใช้ง่าย

มีความเป็น Page Builder อยู่ในตัว สามารถ Drag & Drop ได้ง่ายๆ เหมือนจับหยิบ Block มาต่อๆ กัน ส่วนตัวถ้าเว็บง่ายๆ ชอบใช้ตัวนี้ มัน Simple ดี

ซึ่ง WordPress พยายามพลักดัน Block Editor ให้กลายเป็น Editor หลักในอนาคต แม้ตอนนี้ยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่เท่าที่ผมเคยใช้มา ก็ใช้สนุกดีครับ

อยากให้ย้อนไปอ่านบทความที่ผมเคยเขียนก่อนหน้า สอนใช้งาน Block Editor แบบละเอียด

สรุป Page Builder WordPress ตัวไหนดี?

ปลั๊กอินจัดหน้า WordPres ปัจจุบันนี้มีเยอะมาก แต่ตัวที่มีคนใช้เยอะ และมีฟังก์ชันเจ๋งๆ ก็จะมีประมาณ 5 ตัวที่ผมได้แนะนำไป สุดท้าย อยากให้ไปลองใช้งานดูหลายๆ ตัว ว่ารูปแบบการใช้งาน ตัวไหนที่ตอบโจทย์กับเนื้องานของตัวเอง

ส่วนตัวผมมองว่า Page Builder ทุกตัวล้วนดีหมด มันอยู่ที่ว่าตัวไหน สามารถปรับแต่งได้ละเอียดกว่า ครอบคลุมมากกว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

8 − 7 =